มวยไทยนับคะแนนยังไง ยกไหนสำคัญ และกรรมการดูอะไรในมวยห้ายก
มวยไทยนับคะแนนทีละยกด้วยระบบ 10 แต้ม โดยทั่วไปในรายการห้ายกแบบเวทีมาตรฐาน มีกรรมการให้คะแนนข้างเวทีสามคน แต่ละคนให้ผู้ชนะของยกนั้น 10 แต้ม ผู้แพ้ 9 แต้มหรือน้อยกว่า ครบห้ายกแล้วรวมคะแนนของแต่ละคน ใครมีกรรมการให้ชนะมากกว่าเป็นผู้ชนะ สิ่งที่กรรมการมองหาคืออาวุธที่เข้าเป้าชัดและมีผลกับคู่ชก ไม่ใช่จำนวนครั้งที่ออกอาวุธ และตามธรรมเนียมของเวที ยกสามกับยกสี่มักเป็นช่วงที่ชี้ขาด
รูปแบบการแข่งขันที่บทความนี้อ้างถึง
บทความนี้พูดถึงมวยไทยอาชีพห้ายกตามที่ปฏิบัติกันทั่วไปในเวทีมาตรฐาน คือยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที รายการสามยกและรายการของผู้จัดบางเจ้ามีกติกาและน้ำหนักการให้คะแนนต่างออกไป ให้ดูกติกาของรายการนั้นประกอบ
คะแนนในหนึ่งยกให้อย่างไร
| คะแนนของยก | ความหมายโดยทั่วไป |
|---|---|
| 10-10 | สูสีจนแยกไม่ออก หรือยังไม่มีใครทำอะไรชัดเจน |
| 10-9 | ฝ่ายหนึ่งทำได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ |
| 10-8 | เหนือกว่าชัดเจนมาก หรือทำให้อีกฝ่ายถูกนับ |
การทำผิดกติกาอาจถูกตัดคะแนนตามดุลยพินิจของผู้ตัดสินบนเวที และถ้าจบด้วยการน็อกหรือกรรมการยุติการชก ใบคะแนนจะไม่ถูกนำมาใช้
กรรมการดูอะไร
หลักที่ใช้กันทั่วไปคือ อาวุธมวยไทยที่เข้าเป้าด้วยน้ำหนัก และทำให้อีกฝ่ายเสียอาการ ได้คะแนนมากกว่าอาวุธที่แค่โดน
- เตะและเข่าเข้าลำตัว ถือเป็นอาวุธทำคะแนนหลัก เตะที่เข้าชายโครงเต็มแข้งมีน้ำหนักมากกว่าเตะที่ถูกแขนกันไว้
- ศอก ได้คะแนนเมื่อเข้าเป้าชัด และเป็นอาวุธที่ทำให้เกมจบก่อนครบยกได้
- หมัด ได้คะแนนเมื่อทำให้คู่ชกเสียหลักหรือแสดงอาการ หมัดที่โดนนวมหรือโดนเบา ๆ ให้ผลน้อย
- การปล้ำและเหวี่ยงล้ม การทำให้อีกฝ่ายล้มด้วยเทคนิคที่ถูกกติกาแสดงความเหนือกว่า
- การทรงตัวและท่าที นักมวยที่โดนอาวุธแล้วเซ เสียหลัก หรือถอยอย่างไม่มีทรง เสียคะแนนในสายตากรรมการ ส่วนคนที่ยืนมั่นคงและคุมจังหวะได้จะได้เปรียบ
ผลคือ ฝ่ายที่ออกหมัดมากกว่าและเดินหน้าตลอดอาจแพ้คะแนนให้ฝ่ายที่เตะเข้าลำตัวชัด ๆ ไม่กี่ครั้งได้ ซึ่งคนที่คุ้นกับมวยสากลมักรู้สึกว่าขัดตา
ทำไมยกสามกับยกสี่จึงสำคัญ
ตามธรรมเนียมของมวยห้ายก ยกหนึ่งและยกสองมักเป็นช่วงดูเชิง นักมวยยังไม่เร่ง กรรมการจำนวนมากจึงให้ 10-10 หรือให้น้ำหนักกับสองยกนี้น้อย ยกสามและยกสี่คือช่วงที่ทั้งสองฝ่ายเดินเกมเต็มที่ และเป็นช่วงที่ใบคะแนนแยกออกจากกัน ส่วนยกห้า ถ้าคะแนนนำชัดแล้ว ฝ่ายนำมักเลี่ยงการปะทะ และฝ่ายตามที่เห็นว่าตามไม่ทันก็อาจไม่เร่ง
นี่เป็นธรรมเนียมที่พบบ่อย ไม่ใช่กฎตายตัว บางคู่เปิดเกมหนักตั้งแต่ยกแรก และบางรายการตั้งกติกาเพื่อให้ชกเต็มที่ทุกยก
ตัวอย่างใบคะแนนหนึ่งคู่
ตัวอย่างสมมติ: ใบคะแนนของกรรมการคนที่หนึ่ง
| ยก | มุมแดง | มุมน้ำเงิน |
|---|---|---|
| 1 | 10 | 10 |
| 2 | 10 | 10 |
| 3 | 10 | 9 |
| 4 | 10 | 9 |
| 5 | 9 | 10 |
รวมแล้วมุมแดง 49 มุมน้ำเงิน 48 สมมติกรรมการคนที่สองให้ 49-48 มุมแดงเหมือนกัน และคนที่สามให้ 48-49 มุมน้ำเงินชนะ ผลคือมุมแดงชนะคะแนนด้วยเสียงกรรมการ 2 ต่อ 1 จะเห็นว่ามุมน้ำเงินชนะยกห้า แต่ไม่พอ เพราะเสียยกสามและยกสี่ไปแล้ว
การนับคะแนนเกี่ยวกับราคาอย่างไร
ราคามวยระหว่างชกขยับตามสิ่งที่ตลาดคิดว่ากรรมการกำลังเห็น จึงมักนิ่งในสองยกแรก แล้วขยับแรงระหว่างยกสามถึงยกสี่ เมื่อฝ่ายหนึ่งเริ่มเข้าเป้าชัด ราคาฝ่ายนั้นจะจ่ายน้อยลงอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างสมมติแบบราคาทศนิยม: ก่อนชก มุมแดงราคา 1.80 วาง 500 บาทได้กำไร 400 บาท หลังจบยกสามที่มุมแดงทำได้ดีกว่า ราคาอาจเหลือ 1.30 วาง 500 บาทได้กำไรเพียง 150 บาท ความเสี่ยงที่เหลือยังมีอยู่ เพราะศอกหรือเข่าครั้งเดียวจบเกมได้ทุกเมื่อ และใบคะแนนจริงของกรรมการไม่มีใครเห็นจนกว่าจะประกาศผล สิ่งที่คนดูประเมินกับสิ่งที่กรรมการให้ไม่ตรงกันอยู่บ่อย ๆ
ความรู้เรื่องการให้คะแนนจึงช่วยให้เข้าใจว่าราคาขยับเพราะอะไร ไม่ได้ทำให้ทายผลได้ ผลมวยไม่แน่นอนเสมอ
ดูราคามวยได้ที่ไหน
หมวดกีฬาของ BLACKBONEBET มีผู้ให้บริการราคา 5 ราย และหนึ่งในนั้นคือมวยพักยก (Muay Step) ดูรายชื่อได้ที่หน้าผู้ให้บริการราคากีฬาทั้ง 5 ราย ตลาดและรายการที่เปิดจริงให้ดูในระบบของผู้ให้บริการแต่ละราย เหตุผลเรื่องราคาขยับในภาพกว้างอ่านได้ในบทความราคาบอลไหลเพราะอะไร และถ้าเล่นทั้งมวย บอล และโต๊ะสดในเดือนเดียวกัน ดูวิธีแบ่งงบเล่นรายเดือน
สมาชิกเดิมเข้าสู่ระบบ BLACKBONEBETด้วยเบอร์โทรและรหัสผ่าน ส่วนคนที่ยังไม่มีบัญชี อ่านวิธีเปิดบัญชีใหม่ได้ ใช้เบอร์มือถือกับ OTP ไม่มีค่าสมัคร กำหนดเงินต่อคู่และจำนวนคู่ต่อคืนไว้ก่อนเปิดรายการ และหยุดตามที่กำหนด
